คำถามไขความจริงเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา 10 ข้อ





ณ ตอนนี้ไม่มีใครไม่กังวลใจกับเชื้อไวรัส โคโรนาหรือ COVID-19 เราจึงนำคำถามที่ไขความจริง เพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา จะช่วยทำให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพตนเองและป้องกันได้อย่างถูกวิธี

ข้อที่ 1. จะรู้ได้อย่างไรว่าเราสัมผัสกับเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งไม่สามารถดูออกว่าใครกำลังติดเชื้อบ้าง ?

ณ ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในจำนวนไม่มาก ซึ่งทำให้มีโอกาสที่จะสัมผัสกับผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้เป็นเรื่องค่อนข้างยาก แต่เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศปลายทาง และมีระบบคัดกรองผู้ป่วยตั้งแต่การเดินทางเข้ามาในประเทศ จะสังเกตอาการของผู้ป่วยที่ติดเชื้อได้หลายระดับความรุนแรง เริ่มตั้งแต่อาการไข้หวัดธรรมดาจนไปถึงปอดอักเสบติดเชื้อหรือเสียชีวิต แต่เนื่องจากปัจจุบันมีการคัดแยกผู้ป่วยที่มีเกณฑ์หรือเข้าข่ายสงสัย คือ มีประวัติเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงติดโรคหรืออาจจะสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรงที่ไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อและการเข้าห้องแยกความดันลบ หรือ Negative Pressure Room โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งสวมชุดป้องกันที่ดีเป็นผู้ทำการตรวจหาเชื้อ

ข้อที่ 2. อาการป่วยแบบใดที่สามารถบ่งบอกชัดเจนว่าติดเชื้อโคโรนา ?

โดยปกติแล้วนั้นแพทย์จะแยกเคสที่เข้าข่ายน่าสงสัย ประกอบไปด้วย 2 ข้อ คือ มีประวัติการเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ภายใน 14 วัน หรือมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และมีอาการมีไข้สูงหรือไม่มีไข้ก็ได้ เช่น อาการหวัด น้ำมูก ไอจาม หอบเหนื่อย เมื่อมาถึงโรงพยาบาลจะต้องถูกแยกออกไปเพื่อทำการตรวจหาดูว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019  หรือไม่ ถ้าไม่มีประวัติทั้งสองอย่างนี้จะถือว่าไม่เป็นผู้ป่วยที่ต้องสงสัยและไม่ถูกแยกไปตรวจ

ข้อที่ 3. สวมใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยป้องกันไวรัสโคโรนาได้ 100% หรือไม่ ?

ไวรัสโคโรนาเป็นกลุ่มเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ที่ยากจะคาดเดาถึงอาการที่ปรากฎ จึงส่งผลถึงอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่การติดต่อของโรคนั้นจะเหมือนกับไข้หวัดธรรมดา คือ ติดต่อทางลมหายใจกับละอองน้ำลาย หรือสัมผัสสารคัดหลั่ง สำหรับหน้ากากอนามัยแนะนำให้ผู้ป่วยใส่ วัตถุประสงค์ในการใช้หน้ากากอนามัยในผู้ป่วยคือ ป้องกันเชื้อโรคที่ออกจากตัวผู้ป่วยเอง หากผู้ป่วยไอจาม ละอองจะติดอยู่ในหน้ากาก ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของโรค สำหรับการใช้หน้ากากอนามัยในตัวบุคคลปกติ ป้องกันได้เพียงส่วนหนึ่ง ควรใช้ร่วมกันกับวิธีอื่น ๆ ด้วยสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การสร้างจิตสำนึกให้ผู้ป่วยสวมใส่หน้ากาก

ข้อที่ 4. ไวรัสโคโรน่าสามารถรักษาหายได้จริงหรือไม่ ?

การติดเชื้อโคโรนาไวรัสสามารถหายได้เอง ยาที่ใช้ในตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสามารถรักษาให้หายเป็นปกติ การรักษาเป็นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ โดยอาการที่มีนั้นแตกต่างกัน บางคนอาการรุนแรงไม่มากลักษณะเหมือนไข้หวัดทั่วไป บางคนรุนแรงมากทำให้เกิดปอดอักเสบได้ ต้องสังเกตอาการใกล้ชิดร่วมกับการรักษาด้วยการประคับประคองอาการจนกว่าจะพ้นอาการช่วงนั้น ยาที่มีใช้ในตอนนี้ยังไม่มียาตัวใดที่มีหลักฐานชัดเจนว่ารักษาไวรัสโคโรนาได้โดยตรง และยังอยู่ในช่วงทดลองการรักษา โดยเป็นยาที่ใช้รักษาไวรัสอื่น ๆ เช่น เอดส์ ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น

ข้อที่ 5. การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันไวรัสโคโรนาได้หรือไม่ ?

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ไม่สามารถป้องกันไวรัสโคโรนาได้  เพราะวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทำเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยแนะนำให้ฉีดอ้างอิงตามแนวทางการให้วัคซีนของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

ข้อที่ 6. ผู้ที่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบมาก่อน ถ้าหากติดเชื้อไวรัสโคโรนาจะส่งผลให้เกิดโรคปอดอักเสบได้หรือไม่ และเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้นหรือไม่ที่จำเป็นต้องฉีด ?

วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบคือวัคซีนป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Pneumococcus ซึ่งไม่ใช่เชื้อไวรัสโคโรนา จึงไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาได้ โดยทั่วไปแพทย์แนะนำให้ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำฉีดเพื่อป้องกันโรคปอดอักเสบ แต่คนทั่วไปไม่จำเป็นต้องฉีด

ข้อที่ 7. วิธีการรักษาไวรัสโคโรนาเหมือนกับวิธีการรักษาโรคไข้หวัดหรือไม่ ?

ถึงแม้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จะเป็นเชื้อในกลุ่มไข้หวัด แต่ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดาเนื่องจากเป็นสายพันธุ์ใหม่ และสามารถทำให้เกิดอาการที่มากกว่าไข้หวัด เช่น ปอดอักเสบ ฯลฯ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว อาจมีอาการรุนแรงหรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งต่างจากไข้หวัดธรรมดามาก จึงต้องมีการคัดแยกตรวจไวรัสโคโรนาเพื่อไม่ให้สัมผัสกับผู้อื่น ป้องกันการติดเชื้อเพิ่ม และทำการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ

ข้อที่ 8. วิธีการป้องกันไวรัสโคโรนาที่ถูกต้องควรทำอย่างไร ?

ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ให้สะอาด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณใบหน้าเพราะอาจติดเชื้อเข้าไปในระบบทางเดินหายใจได้ และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ

ข้อที่ 9. การทิ้งหน้ากากอนามัยที่ถูกต้องควรทำอย่างไร?

การทิ้งหน้ากากอนามัยที่ถูกวิธี ทำได้โดยหลังจากถอดหน้ากากอนามัยแล้ว ให้ม้วนหน้ากากอนามัยโดยม้วนด้านในเข้า จากนั้นจึงทิ้งลงในถังขยะติดเชื้อ

ข้อที่ 10. การใช้เจลล้างมือมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการล้างมือด้วยสบู่หรือไม่?

มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากัน โดยแอลกอฮอล์ที่แนะนำคือมีปริมาณแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 60 – 70% ขึ้นไป โดยสามารถสังเกตปริมาณแอลกอฮอล์ได้จากฉลากข้างผลิตภัณฑ์

 

หากมีอาการผิดปกติหรือสงสัยว่าเป็นผู้เข้าข่ายติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ควรรีบมาตรวจที่โรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานโดยเร็วที่สุด ถ้าพบเร็ว รักษาเร็ว ย่อมเพิ่มโอกาสในการหายจากโรคและลดโอกาสในการแพร่เชื้อ หลายคนอาจกลัวการมาโรงพยาบาลเพราะกลัวติดเชื้อกลับไป ที่โรงพยาบาลกรุงเทพมีการคัดแยกตรวจในพื้นที่ที่จัดไว้ให้โดยเฉพาะเพื่อไม่ให้เกิดการปะปนกับคนทั่วไปและพร้อมให้บริการตรวจรักษาโดยเร็วเพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดี 

เครดิตจากเว็ป : https://www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/10-questions-to-unlock-the-truth-about-the-corona-virus




ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *